ข้อกำหนดการใช้บริการ
ข้อกำหนดนี้เป็นสัญญาระหว่าง บริษัท โค้ดดีวา จำกัด (CODEDIVA COMPANY LIMITED) ทะเบียนนิติบุคคลเลขที่ 0105559151245 สำนักงาน 253 ชั้น 11 อาคาร 253 อโศก ถนนสุขุมวิท 21 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110 ("ผู้ให้บริการ") กับนิติบุคคลหรือหน่วยงานที่สมัครใช้ WhoseCar ("ลูกค้า")
การกรอกข้อมูลยืนยันหน่วยงาน (e-KYC) ติ๊กยอมรับ และพิมพ์ชื่อผู้ลงนามในระบบ ถือเป็นลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 และมีผลผูกพันลูกค้า ผู้ลงนามรับรองว่ามีอำนาจกระทำการแทนลูกค้า
1. เอกสารที่เป็นส่วนหนึ่งของสัญญา
สัญญาประกอบด้วย ข้อกำหนดนี้ ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (DPA) นโยบายการใช้งานที่ยอมรับได้ และรายละเอียดแพ็กเกจที่ลูกค้าเลือก ส่วนนโยบายความเป็นส่วนตัวอธิบายการใช้ข้อมูลที่ผู้ให้บริการเป็นผู้ควบคุมข้อมูล หากเอกสารขัดกัน ให้ใช้ตามลำดับ: (1) สัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรที่ลงนามแยกสำหรับแพ็กเกจ Enterprise (2) DPA ในเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล (3) ข้อกำหนดนี้ (4) นโยบายการใช้งานที่ยอมรับได้
2. นิยาม
- ข้อมูลของลูกค้า หมายถึง ข้อมูลที่ลูกค้าหรือผู้ใช้ของลูกค้านำเข้าหรือเกิดจากการใช้บริการ เช่น ทะเบียนรถที่ได้รับอนุญาต ห้อง/บ้าน ชื่อและเบอร์โทรเจ้าของรถ ภาพรถ ผลการอ่านป้าย เวลา พิกัด จุดจอด หมายเหตุ และบันทึกการแจ้งเตือน
- ผู้ใช้ หมายถึง แอดมิน เจ้าหน้าที่ และ รปภ. ที่ลูกค้าให้สิทธิ์เข้าใช้บริการ
- workspace หมายถึง พื้นที่ข้อมูลแยกต่อประเทศของลูกค้า
3. บริการ
WhoseCar เป็นซอฟต์แวร์ให้บริการผ่านเว็บ (SaaS) สำหรับตรวจสิทธิ์การจอดรถในสถานที่ของลูกค้า: อ่านป้ายทะเบียนจากภาพที่เจ้าหน้าที่ถ่ายหรือส่งจากกล้องมือถือ เทียบกับทะเบียนรถที่ลูกค้านำเข้า บันทึกผล และแจ้งเตือนทีมของลูกค้าผ่านช่องทางที่ลูกค้าตั้งค่า การอ่านป้ายประมวลผลบนเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการในประเทศไทย ระบบไม่จดจำใบหน้าและไม่ประมวลผลข้อมูลชีวภาพ (biometric)
4. สัญญาระหว่างผู้ประกอบธุรกิจ
บริการเปิดให้เฉพาะนิติบุคคล หน่วยงานรัฐ หรือหน่วยงานที่ผ่านการยืนยันตัวตน (e-KYC) และเป็นเจ้าของ ผู้บริหาร หรือผู้ได้รับมอบหมายเป็นลายลักษณ์อักษรให้ดูแลสถานที่ที่ใช้ระบบ ลูกค้าใช้บริการเพื่อการดำเนินกิจการหรือภารกิจของตน ไม่ใช่ในฐานะผู้บริโภค บริการไม่เปิดให้บุคคลธรรมดาใช้ติดตามรถหรือบุคคลอื่น
ก่อนการยืนยันหน่วยงานผ่าน ลูกค้าตั้งค่าเบื้องต้นได้ แต่ไม่สามารถนำเข้าข้อมูลรถ เพิ่ม รปภ. หรือสแกนได้ ผู้ให้บริการอาจขอเอกสารเพิ่ม หรือปฏิเสธการให้บริการเมื่อข้อมูลไม่ครบหรือไม่ตรงความจริง
5. หน้าที่ของลูกค้า
- ลูกค้าเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของข้อมูลของลูกค้า และต้องปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ใช้บังคับ เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) และ GDPR / UK GDPR หากใช้บริการกับสถานที่ในเขตดังกล่าว หากลูกค้าดำเนินการแทนเจ้าของสถานที่ (เช่น บริษัทรักษาความปลอดภัยหรือบริษัทบริหารอาคาร) ลูกค้ารับรองว่าได้รับอนุญาตจากผู้ควบคุมข้อมูลให้ใช้ WhoseCar และคำสั่งที่ให้แก่ผู้ให้บริการเป็นไปตามคำสั่งของผู้ควบคุมข้อมูลนั้น
- มีฐานทางกฎหมายในการประมวลผล ประเมินความจำเป็นและความเสี่ยงก่อนใช้งาน (รวมถึงจัดทำ DPIA เมื่อกฎหมายกำหนด) แจ้งผู้อยู่อาศัยและติดป้ายประกาศที่ทางเข้าและในพื้นที่ก่อนเริ่มตรวจป้าย พร้อมจัดให้มีประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับเต็ม (ดูแม่แบบ)
- นำเข้าเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นต่อการตรวจสิทธิ์จอด ตั้งระยะเก็บภาพและผลสแกนให้สั้นที่สุดที่เหมาะสม และรับคำขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล
- ดูแลบัญชีผู้ใช้และลิงก์มือถือ รปภ. ให้สิทธิ์ตามหน้าที่ อบรมผู้ใช้ และเพิกถอนสิทธิ์ทันทีเมื่อพ้นหน้าที่ ลูกค้ารับผิดชอบการกระทำของผู้ใช้ของตน
- รับผิดชอบช่องทางแจ้งเตือนที่ตั้งค่าเอง (เช่น LINE, Telegram, อีเมล, SMS, webhook) รวมถึงความปลอดภัย ระยะเก็บ และการส่งข้อมูลไปต่างประเทศของสำเนาที่ส่งออกไปยังช่องทางนั้น
- ปฏิบัติตามนโยบายการใช้งานที่ยอมรับได้ และกฎหมายที่เกี่ยวกับการดำเนินการกับรถ (เช่น การล็อกล้อ ยกรถ หรือเรียกเก็บค่าปรับ) ซึ่งเป็นความรับผิดชอบของลูกค้า
6. ค่าบริการและภาษี
ค่าบริการเป็นไปตามแพ็กเกจที่เลือกและแสดงบนเว็บไซต์ ณ วันที่สั่งซื้อ คิดแยกต่อ workspace ราคาสกุลเงินบาทที่แสดงรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% แล้ว ราคาสกุลเงินอื่นยังไม่รวมภาษีท้องถิ่น ลูกค้าที่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายตามกฎหมายต้องส่งหนังสือรับรองการหักภาษีให้ผู้ให้บริการ ทดลองใช้ฟรี 30 วันนับจากวันที่ยืนยันหน่วยงานผ่าน ผู้ให้บริการออกใบแจ้งหนี้และใบกำกับภาษีตามข้อมูลที่ลูกค้าให้ไว้ แพ็กเกจเริ่มหรือต่ออายุเมื่อได้รับชำระเงิน เมื่อช่วงทดลองใช้สิ้นสุดโดยยังไม่ได้ชำระ หรือแพ็กเกจที่ชำระแล้วไม่ได้ต่ออายุภายใน 7 วันหลังครบรอบ ระบบจะจำกัดการเพิ่มข้อมูลและการสแกน โดยลูกค้ายังดูข้อมูลและส่งออกทะเบียนรถได้ และขอให้ผู้ให้บริการส่งออกข้อมูลอื่นได้ตามข้อ 14
ค่าบริการชำระล่วงหน้าตามรอบ (รายเดือน/รายปี) และไม่คืนเงินสำหรับรอบที่เริ่มแล้ว เว้นแต่ (ก) ผู้ให้บริการเลิกสัญญาโดยลูกค้าไม่ได้ผิดสัญญา หรือลูกค้าเลิกสัญญาเพราะผู้ให้บริการผิดสัญญาในสาระสำคัญ หรือเพราะไม่ยอมรับการแก้ไขข้อกำหนดที่เป็นผลร้ายตามข้อ 15 ซึ่งผู้ให้บริการจะคืนเงินตามสัดส่วนระยะเวลาที่เหลือ หรือ (ข) กฎหมายกำหนดเป็นอย่างอื่น เมื่อใช้งานถึงเพดานของแพ็กเกจ ระบบจะหยุดรับข้อมูลส่วนเกินจนกว่าจะอัปเกรด
7. ผลการอ่านป้ายด้วย AI
การอ่านป้ายด้วย AI อาจผิดพลาด ผลลัพธ์เป็นข้อมูลช่วยการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่คำวินิจฉัยขั้นสุดท้าย ลูกค้าต้องให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบด้วยตาก่อนดำเนินการใด ๆ ที่มีผลต่อรถหรือเจ้าของรถ และต้องไม่ใช้ผลจากระบบเป็นเกณฑ์เดียวในการตัดสินใจที่มีผลทางกฎหมายหรือผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อบุคคล
8. ข้อมูลของลูกค้าและข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อมูลของลูกค้าเป็นของลูกค้า ผู้ให้บริการประมวลผลข้อมูลของลูกค้าในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูลตาม DPA เฉพาะเพื่อให้บริการ รักษาความปลอดภัย และตามที่กฎหมายกำหนด และจะไม่ขายข้อมูลของลูกค้า ไม่ใช้เพื่อโฆษณา และไม่นำภาพหรือข้อมูลของลูกค้าไปฝึกหรือปรับปรุงโมเดล AI เว้นแต่ได้รับคำสั่งหรือความตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรจากลูกค้า ผู้ให้บริการอาจใช้สถิติการใช้งานที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลหรือลูกค้าได้เพื่อดูแลและปรับปรุงบริการ
9. ทรัพย์สินทางปัญญา
ซอฟต์แวร์ โมเดล และเครื่องหมายของ WhoseCar เป็นของผู้ให้บริการหรือผู้อนุญาตให้ใช้สิทธิ ลูกค้าได้รับสิทธิใช้บริการแบบไม่เฉพาะเจาะจงและโอนไม่ได้ตลอดระยะเวลาสัญญา ห้ามทำวิศวกรรมย้อนกลับ คัดลอก หรือดึงโมเดลออกจากระบบ
10. ความพร้อมให้บริการ
ผู้ให้บริการใช้ความพยายามตามสมควรให้บริการต่อเนื่อง และจะแจ้งล่วงหน้าตามสมควรก่อนปิดปรับปรุงตามแผน แต่ไม่รับประกันว่าจะไม่หยุดชะงัก เว้นแต่ตกลงระดับการให้บริการ (SLA) ไว้เป็นลายลักษณ์อักษรในแพ็กเกจ Enterprise
11. การรักษาความลับ
คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจะรักษาข้อมูลที่ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะของอีกฝ่ายเป็นความลับ ใช้เพื่อปฏิบัติตามสัญญาเท่านั้น และเปิดเผยได้เฉพาะเท่าที่กฎหมายหรือคำสั่งของหน่วยงานที่มีอำนาจกำหนด
12. ข้อจำกัดความรับผิด
เท่าที่กฎหมายอนุญาตและเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีตามพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540:
- ความรับผิดรวมของคู่สัญญาแต่ละฝ่ายต่ออีกฝ่ายที่เกิดจากหรือเกี่ยวกับสัญญานี้ ไม่เกินค่าบริการที่ลูกค้าชำระหรือต้องชำระในรอบ 12 เดือนก่อนเกิดเหตุครั้งแรก
- คู่สัญญาไม่ต้องรับผิดต่อความเสียหายทางอ้อม เช่น การสูญเสียกำไร รายได้ หรือโอกาสทางธุรกิจ
- ข้อจำกัดข้างต้นไม่ใช้กับ (ก) ความเสียหายที่เกิดจากการฉ้อฉล การจงใจ หรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 373) (ข) ความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย (ค) หน้าที่ชำระค่าบริการ (ง) ความรับผิดของลูกค้าตามข้อ 13 และ (จ) ความรับผิดที่กฎหมายห้ามจำกัด รวมถึงความรับผิดต่อเจ้าของข้อมูลตาม Standard Contractual Clauses
- ระหว่างทดลองใช้ฟรี บริการให้ตามสภาพที่เป็นอยู่ โดยไม่กระทบข้อ (ก)–(จ)
13. ความรับผิดของลูกค้าต่อการใช้งาน
ลูกค้าจะชดใช้ความเสียหาย ค่าปรับ และค่าใช้จ่ายตามสมควรที่ผู้ให้บริการต้องรับภาระจากการเรียกร้องของบุคคลภายนอกหรือหน่วยงานรัฐ อันเนื่องมาจาก (ก) การประมวลผลที่ไม่มีฐานทางกฎหมายหรือไม่ได้แจ้งเจ้าของข้อมูลตามที่กฎหมายกำหนด (ข) การใช้งานขัดนโยบายการใช้งานที่ยอมรับได้ หรือ (ค) การไม่มีอำนาจในสถานที่หรือในการให้คำสั่ง เว้นแต่ความเสียหายนั้นเกิดจากการที่ผู้ให้บริการไม่ปฏิบัติตามสัญญาหรือ DPA
14. ระยะเวลา การระงับ และการเลิกสัญญา
- ลูกค้าเลิกใช้บริการได้ทุกเมื่อ โดยมีผลเมื่อสิ้นรอบที่ชำระแล้ว
- ผู้ให้บริการอาจระงับบริการทั้งหมดหรือบางส่วนทันทีเท่าที่จำเป็น เมื่อมีเหตุอันควรเชื่อว่ามีการใช้งานขัดกฎหมายหรือนโยบายการใช้งานที่ยอมรับได้ เพื่อป้องกันความเสียหายต่อเจ้าของข้อมูลหรือระบบ หรือเมื่อกฎหมายหรือหน่วยงานที่มีอำนาจสั่ง และจะแจ้งเหตุให้ลูกค้าทราบโดยเร็ว
- คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งเลิกสัญญาได้ หากอีกฝ่ายผิดสัญญาในสาระสำคัญและไม่แก้ไขภายใน 15 วันนับจากได้รับแจ้ง ผู้ให้บริการอาจเลิกสัญญาโดยไม่มีเหตุผิดสัญญาได้โดยแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน และคืนค่าบริการตามสัดส่วน
- หากช่วงทดลองใช้หรือรอบที่ชำระสิ้นสุดแล้วไม่มีการชำระหรือต่ออายุภายใน 90 วัน ผู้ให้บริการอาจถือว่าลูกค้าเลิกใช้บริการ โดยแจ้งทางอีเมลล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 14 วัน
- เมื่อสัญญาสิ้นสุด ลูกค้าส่งออกข้อมูลได้ภายใน 30 วัน (ข้อมูลที่ส่งออกเองในระบบไม่ได้ ผู้ให้บริการจะส่งออกให้ตามคำขอ) จากนั้นผู้ให้บริการจะลบข้อมูลของลูกค้าตาม DPA ข้อ 11 เว้นแต่กฎหมายกำหนดให้เก็บ ข้อมูลที่ผู้ให้บริการเป็นผู้ควบคุมข้อมูล (เช่น หลักฐานการยืนยันหน่วยงานและเอกสารบัญชี) เก็บตามระยะในนโยบายความเป็นส่วนตัว
15. การแก้ไขข้อกำหนด
ผู้ให้บริการอาจแก้ไขข้อกำหนด DPA หรือนโยบายการใช้งานที่ยอมรับได้ โดยแจ้งทางอีเมลของผู้ลงนามหรือในระบบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนการแก้ไขที่เป็นสาระสำคัญมีผล เว้นแต่เป็นการแก้ไขเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายหรือคำสั่งของหน่วยงานที่มีอำนาจซึ่งอาจมีผลเร็วกว่านั้น หากลูกค้าไม่ยอมรับการแก้ไขที่เป็นผลร้ายต่อลูกค้า ลูกค้าเลิกสัญญาได้ก่อนการแก้ไขมีผลและได้รับเงินคืนตามสัดส่วน การแก้ไขที่เป็นสาระสำคัญอาจต้องให้ผู้มีอำนาจลงนามยอมรับใหม่ในระบบ
16. เหตุสุดวิสัย
คู่สัญญาไม่ต้องรับผิดต่อความล่าช้าหรือการไม่ปฏิบัติตามสัญญาอันเกิดจากเหตุที่อยู่นอกเหนือการควบคุมตามสมควร เช่น ภัยธรรมชาติ ไฟฟ้าหรือเครือข่ายสาธารณะขัดข้องเป็นวงกว้าง หรือคำสั่งของรัฐ ทั้งนี้ไม่ตัดหน้าที่ด้านความปลอดภัยและการแจ้งเหตุละเมิดตาม DPA
17. ข้อกำหนดทั่วไป
- การบอกกล่าวให้ทำทางอีเมลที่ลงทะเบียนไว้ หรือทางระบบ ถือว่าได้รับเมื่อส่งถึงระบบของผู้รับ
- ลูกค้าโอนสิทธิตามสัญญาไม่ได้หากไม่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ให้บริการ ผู้ให้บริการโอนสัญญาได้ในกรณีควบรวมหรือโอนกิจการ โดยแจ้งลูกค้าล่วงหน้าและผู้รับโอนต้องผูกพันตาม DPA
- หากข้อใดตกเป็นโมฆะหรือใช้บังคับไม่ได้ ข้ออื่นยังคงใช้บังคับ และข้อนั้นให้ใช้บังคับเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี
- ฉบับภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ ฉบับแปลภาษาอื่นจัดทำเพื่อความสะดวก
18. กฎหมายที่ใช้บังคับและการระงับข้อพิพาท
สัญญานี้อยู่ภายใต้กฎหมายไทย คู่สัญญาจะเจรจาโดยสุจริตภายใน 30 วันก่อนนำข้อพิพาทสู่ศาล หากตกลงกันไม่ได้ให้ศาลไทยที่มีเขตอำนาจในกรุงเทพมหานครเป็นผู้พิจารณา ทั้งนี้ Standard Contractual Clauses และ UK Addendum ที่ผนวกไว้ใน DPA อยู่ภายใต้กฎหมายและเขตอำนาจศาลที่กำหนดไว้ในข้อสัญญานั้น และไม่กระทบสิทธิของเจ้าของข้อมูลหรือหน้าที่ตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่มีผลบังคับในประเทศของลูกค้า
ผู้ให้บริการ: บริษัท โค้ดดีวา จำกัด (CODEDIVA COMPANY LIMITED) ทะเบียนนิติบุคคลเลขที่ 0105559151245 สำนักงาน 253 ชั้น 11 อาคาร 253 อโศก ถนนสุขุมวิท 21 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110 · ติดต่อเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล: privacy@whose-car.com