ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (DPA)
ข้อตกลงนี้เป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดการใช้บริการ ใช้กับข้อมูลส่วนบุคคลที่ผู้ให้บริการประมวลผลแทนลูกค้าผ่าน WhoseCar ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) มาตรา 40 และ GDPR / UK GDPR ข้อ 28 เท่าที่ใช้บังคับ คำที่ไม่ได้นิยามไว้ให้มีความหมายตามกฎหมายดังกล่าว
1. บทบาทของคู่สัญญา
ลูกค้าเป็นผู้ควบคุมข้อมูล และผู้ให้บริการเป็นผู้ประมวลผลข้อมูล หากลูกค้าเป็นผู้ประมวลผลข้อมูลแทนผู้ควบคุมข้อมูลรายอื่น (เช่น บริษัทรักษาความปลอดภัยหรือบริษัทบริหารอาคารที่ดูแลแทนนิติบุคคล) ลูกค้ารับรองว่าผู้ควบคุมข้อมูลนั้นอนุญาตให้ใช้ผู้ให้บริการเป็นผู้ประมวลผลข้อมูลช่วง คำสั่งของลูกค้าเป็นไปตามคำสั่งของผู้ควบคุมข้อมูล และลูกค้าจะเป็นผู้ส่งต่อการแจ้งและข้อมูลตามข้อตกลงนี้แก่ผู้ควบคุมข้อมูล รายละเอียดการประมวลผลอยู่ในภาคผนวก 1
2. การประมวลผลตามคำสั่ง
- ผู้ให้บริการประมวลผลข้อมูลเฉพาะตามคำสั่งที่เป็นลายลักษณ์อักษรของลูกค้า ได้แก่ ข้อกำหนดการใช้บริการ ข้อตกลงนี้ การตั้งค่าและการใช้งานในระบบโดยผู้ใช้ที่มีสิทธิ์ และคำขอเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้มีอำนาจของลูกค้า รวมถึงในเรื่องการส่งหรือโอนข้อมูลไปต่างประเทศ
- หากกฎหมายบังคับให้ผู้ให้บริการประมวลผลนอกเหนือคำสั่ง ผู้ให้บริการจะแจ้งลูกค้าก่อน เว้นแต่กฎหมายห้ามการแจ้งด้วยเหตุผลสำคัญด้านประโยชน์สาธารณะ
- ผู้ให้บริการจะแจ้งลูกค้าทันทีหากเห็นว่าคำสั่งใดขัดต่อ PDPA, GDPR หรือกฎหมายคุ้มครองข้อมูลอื่น และอาจระงับการปฏิบัติตามคำสั่งนั้นจนกว่าจะได้รับการยืนยันหรือแก้ไข
- ผู้ให้บริการจะไม่ใช้ข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์ของตนเอง ไม่ขาย ไม่ใช้เพื่อโฆษณา และไม่ใช้ฝึกโมเดล AI เว้นแต่ลูกค้าสั่งหรือตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร
3. การรักษาความลับและบุคลากร
ผู้ให้บริการจำกัดการเข้าถึงข้อมูลเฉพาะบุคลากรที่จำเป็นต้องรู้ ซึ่งผูกพันหน้าที่รักษาความลับตามสัญญาหรือตามกฎหมาย และได้รับการอบรมด้านการคุ้มครองข้อมูล บุคลากรของผู้ให้บริการจะเข้าดูข้อมูลของลูกค้าเฉพาะเพื่อให้ความช่วยเหลือตามที่ลูกค้าร้องขอ แก้ไขเหตุขัดข้องหรือเหตุด้านความปลอดภัย หรือตามที่กฎหมายกำหนด
4. มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย
ผู้ให้บริการจัดให้มีมาตรการเชิงองค์กรและเชิงเทคนิคที่เหมาะสมกับความเสี่ยง ตาม PDPA มาตรา 40(2) และ GDPR ข้อ 32 อย่างน้อยตามภาคผนวก 2 และทบทวนเมื่อความเสี่ยงหรือเทคโนโลยีเปลี่ยนไป ผู้ให้บริการอาจปรับปรุงมาตรการได้โดยระดับการคุ้มครองโดยรวมต้องไม่ลดลง
5. ผู้ประมวลผลข้อมูลช่วง
- ลูกค้าให้ความยินยอมทั่วไปเป็นลายลักษณ์อักษรให้ใช้ผู้ประมวลผลข้อมูลช่วงตามภาคผนวก 3
- ผู้ให้บริการจะแจ้งลูกค้าทางอีเมลและปรับปรุงภาคผนวก 3 ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนเพิ่มหรือเปลี่ยนผู้ประมวลผลข้อมูลช่วง ลูกค้าคัดค้านได้ด้วยเหตุผลอันสมควรด้านการคุ้มครองข้อมูลภายในระยะเวลาดังกล่าว หากหาทางออกร่วมกันไม่ได้ ลูกค้าเลิกใช้บริการส่วนที่ได้รับผลกระทบได้และได้รับเงินคืนตามสัดส่วน
- ผู้ให้บริการจะทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรกับผู้ประมวลผลข้อมูลช่วงซึ่งกำหนดหน้าที่คุ้มครองข้อมูลไม่น้อยกว่าข้อตกลงนี้ และยังคงรับผิดต่อลูกค้าเต็มที่สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลช่วง
- ช่องทางแจ้งเตือนที่ลูกค้าตั้งค่าเอง (เช่น LINE, Telegram, WeCom, Discord, Slack, อีเมลผ่าน SMTP ของลูกค้า, Twilio SMS, webhook) ใช้บัญชีและคีย์ของลูกค้า และเป็นผู้รับข้อมูลที่ลูกค้าเลือกเอง ไม่ใช่ผู้ประมวลผลข้อมูลช่วงของผู้ให้บริการ การส่งข้อความแจ้งเตือน (ซึ่งอาจมีป้ายทะเบียน ภาพ เวลา พิกัด จุดจอด หมายเหตุ และชื่อผู้ตรวจ) ไปยังช่องทางดังกล่าวเป็นคำสั่งของลูกค้า ลูกค้ารับผิดชอบสัญญากับผู้ให้บริการช่องทางนั้น การส่งข้อมูลไปต่างประเทศ และการลบสำเนาในช่องทางนั้น ซึ่งไม่อยู่ภายใต้การลบอัตโนมัติของ WhoseCar ลูกค้าเลือกได้ต่อสถานที่ให้ส่งเฉพาะข้อความ (ไม่แนบภาพและลิงก์แผนที่) ซึ่งยังมีป้ายทะเบียน เวลา จุดจอด หมายเหตุ และชื่อผู้ตรวจ
6. การช่วยเหลือเรื่องสิทธิของเจ้าของข้อมูล
- ระบบมีเครื่องมือให้ลูกค้าค้นหา แก้ไข ลบ และส่งออกทะเบียนรถ ดูและลบผลสแกนและภาพทั้งหมดของป้ายทะเบียนหนึ่ง ๆ และตั้งระยะเก็บภาพและผลสแกน สำหรับคำขอที่ทำผ่านเครื่องมือในระบบไม่ได้ ผู้ให้บริการจะช่วยดำเนินการภายใน 5 วันทำการนับจากได้รับคำขอเป็นลายลักษณ์อักษร
- หากเจ้าของข้อมูลยื่นคำขอต่อผู้ให้บริการโดยตรง ผู้ให้บริการจะส่งต่อให้ลูกค้าภายใน 3 วันทำการ และจะไม่ตอบในเนื้อหาเว้นแต่ได้รับคำสั่งจากลูกค้าหรือกฎหมายกำหนด
7. การแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
- ผู้ให้บริการจะแจ้งลูกค้าโดยไม่ชักช้า และไม่เกิน 48 ชั่วโมงนับจากทราบเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับข้อมูลของลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าแจ้ง สคส. หรือหน่วยงานกำกับได้ภายใน 72 ชั่วโมงตาม PDPA มาตรา 37(4) และ GDPR ข้อ 33
- การแจ้งจะระบุเท่าที่ทราบ: ลักษณะของเหตุ ประเภทและจำนวนโดยประมาณของเจ้าของข้อมูลและรายการข้อมูล ผลที่อาจเกิดขึ้น มาตรการที่ใช้หรือจะใช้เพื่อแก้ไขและลดผลกระทบ และผู้ติดต่อ ข้อมูลที่ยังไม่ทราบจะแจ้งเพิ่มเติมเป็นระยะโดยไม่ชักช้า
- ผู้ให้บริการจะดำเนินการควบคุมเหตุ เก็บหลักฐาน และให้ความร่วมมือกับลูกค้า และจะไม่แจ้งเจ้าของข้อมูลหรือหน่วยงานกำกับแทนลูกค้า เว้นแต่ลูกค้าสั่งหรือกฎหมายกำหนด การแจ้งเหตุไม่ถือเป็นการยอมรับความรับผิด
8. การประเมินผลกระทบและการปรึกษาหน่วยงานกำกับ
ผู้ให้บริการจะให้ข้อมูลที่จำเป็นแก่ลูกค้าในการประเมินผลกระทบด้านการคุ้มครองข้อมูล (DPIA ตาม GDPR ข้อ 35 หรือการประเมินความเสี่ยงตาม PDPA) และการปรึกษาหน่วยงานกำกับล่วงหน้า (GDPR ข้อ 36) เช่น คำอธิบายการทำงานของระบบ ผังการไหลของข้อมูล ที่ตั้งการประมวลผล และมาตรการความปลอดภัย การอ่านป้ายทะเบียนอัตโนมัติ (ANPR/LPR) เป็นการเฝ้าติดตามอย่างเป็นระบบ ลูกค้าในเขต EU/EEA, UK และสวิตเซอร์แลนด์ต้องจัดทำ DPIA ก่อนเริ่มใช้งาน และลูกค้าในประเทศไทยควรจัดทำการประเมินความเสี่ยงในลักษณะเดียวกัน
9. บันทึกรายการ ข้อมูลเพื่อพิสูจน์การปฏิบัติตาม และการตรวจสอบ
- ผู้ให้บริการจัดทำบันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผลในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูล ตาม PDPA มาตรา 40(3) และประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้อง และ GDPR ข้อ 30(2)
- ผู้ให้บริการจะจัดหาข้อมูลที่จำเป็นต่อการพิสูจน์ว่าได้ปฏิบัติตามข้อตกลงนี้ เช่น คำอธิบายมาตรการความปลอดภัย การตอบแบบสอบถามด้านความปลอดภัยปีละไม่เกิน 1 ครั้ง และรายงานหรือใบรับรองของผู้ประมวลผลข้อมูลช่วงที่เปิดเผยได้
- หากข้อมูลดังกล่าวไม่เพียงพอ ลูกค้าหรือผู้ตรวจสอบอิสระที่ลูกค้ามอบหมาย (ซึ่งผูกพันการรักษาความลับและไม่ใช่คู่แข่งของผู้ให้บริการ) ตรวจสอบรวมถึงตรวจ ณ สถานที่ได้ โดยแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ในเวลาทำการ ไม่เกินปีละ 1 ครั้ง ด้วยค่าใช้จ่ายของลูกค้า และไม่เข้าถึงข้อมูลของลูกค้ารายอื่น ข้อจำกัดเรื่องความถี่และระยะเวลาแจ้งล่วงหน้าไม่ใช้เมื่อเกิดเหตุละเมิดข้อมูล หรือเมื่อหน่วยงานกำกับดูแลของลูกค้าสั่งให้ตรวจ
10. การส่งหรือโอนข้อมูลไปต่างประเทศ
- ข้อมูลของลูกค้าจัดเก็บและประมวลผลบนเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการในประเทศไทย (สำนักงานของผู้ให้บริการในกรุงเทพมหานคร) โดยแยกฐานข้อมูลต่อ workspace ประเทศ ข้อมูลระหว่างทางผ่านเครือข่ายของ Cloudflare ซึ่งอาจประมวลผลชั่วคราวนอกประเทศไทยตามภาคผนวก 3 ผู้ให้บริการใช้มาตรการคุ้มครองที่เหมาะสมตาม PDPA มาตรา 28–29 และประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องสำหรับการส่งต่อไปยังผู้ประมวลผลข้อมูลช่วงในต่างประเทศ
- EU/EEA: สำหรับข้อมูลที่ส่งจากลูกค้าใน EU/EEA คู่สัญญาตกลงใช้ Standard Contractual Clauses ตาม Commission Implementing Decision (EU) 2021/914 ("SCC") ซึ่งผนวกไว้ในข้อตกลงนี้โดยการอ้างอิง ได้แก่ Module 2 (ผู้ควบคุมข้อมูลไปยังผู้ประมวลผลข้อมูล) หรือ Module 3 (ผู้ประมวลผลข้อมูลไปยังผู้ประมวลผลข้อมูล) เมื่อลูกค้าเป็นผู้ประมวลผลข้อมูล และ Module 1 สำหรับข้อมูลบัญชีผู้ใช้ที่ผู้ให้บริการเป็นผู้ควบคุมข้อมูล โดยเลือก: ไม่ใช้ข้อ 7 (docking clause); ข้อ 9(a) ทางเลือกที่ 2 (ความยินยอมทั่วไป แจ้งล่วงหน้า 30 วัน); ไม่ใช้ทางเลือกในข้อ 11; ข้อ 13 หน่วยงานกำกับของประเทศสมาชิกที่ผู้ส่งข้อมูลมีสถานประกอบการ หรือที่ผู้แทนตามข้อ 27 ตั้งอยู่; ข้อ 17 กฎหมายของประเทศสมาชิกที่ผู้ส่งข้อมูลมีสถานประกอบการ หรือกฎหมายไอร์แลนด์หากกฎหมายนั้นไม่รับรองสิทธิของบุคคลภายนอก; ข้อ 18 ศาลของประเทศสมาชิกเดียวกัน; Annex I, II และ III ของ SCC ได้แก่ภาคผนวก 1, 2 และ 3 ของข้อตกลงนี้
- UK: ใช้ International Data Transfer Addendum to the EU Commission Standard Contractual Clauses ที่ ICO ออกตาม section 119A ของ Data Protection Act 2018 (VERSION B1.0) โดยตาราง 1–3 ให้ใช้ข้อมูลในข้อตกลงนี้และภาคผนวก และในตาราง 4 คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายมีสิทธิเลิก Addendum ตาม Section 19
- สวิตเซอร์แลนด์: ใช้ SCC ข้างต้นโดยอ้างถึง GDPR ให้หมายถึง Federal Act on Data Protection (FADP) ด้วย หน่วยงานกำกับคือ FDPIC และเจ้าของข้อมูลในสวิตเซอร์แลนด์ฟ้องคดีที่ศาลที่ตนมีถิ่นที่อยู่ได้
- ประเทศอื่น: หากกฎหมายของประเทศลูกค้ากำหนดให้ต้องมีข้อสัญญาการโอนข้อมูล (เช่น ASEAN Model Contractual Clauses) คู่สัญญาจะลงนามข้อสัญญาดังกล่าวตามคำขอของลูกค้า
- คำขอจากหน่วยงานรัฐ: หากหน่วยงานรัฐขอเข้าถึงข้อมูลของลูกค้า ผู้ให้บริการจะตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของคำขอ แจ้งลูกค้าโดยเร็วเว้นแต่กฎหมายห้าม เปิดเผยเท่าที่จำเป็นขั้นต่ำ และบันทึกคำขอไว้ ผู้ให้บริการจะให้ข้อมูลที่จำเป็นแก่ลูกค้าในการประเมินผลกระทบของการโอนข้อมูล (transfer impact assessment) ตาม SCC ข้อ 14
11. การลบหรือส่งคืนข้อมูล
ภาพและผลสแกนถูกลบอัตโนมัติเมื่อครบระยะเก็บที่ลูกค้าตั้ง (ไม่เกินเพดานของแพ็กเกจ ระบบตรวจและลบทุก 6 ชั่วโมง) เมื่อสัญญาสิ้นสุด ลูกค้าส่งออกข้อมูลได้ภายใน 30 วัน ข้อมูลที่ส่งออกเองในระบบไม่ได้ (เช่น ผลสแกนและภาพ) ผู้ให้บริการจะส่งออกให้ตามคำขอเป็นลายลักษณ์อักษรภายในระยะเวลาดังกล่าว จากนั้นผู้ให้บริการจะลบข้อมูลของลูกค้ารวมถึงสำเนาในระบบใช้งานภายใน 60 วันนับจากวันสิ้นสุด และสำเนาสำรองจะถูกลบตามรอบหมุนเวียน (ปัจจุบันเก็บสำเนารายวัน 14 ชุด) ภายใน 90 วันนับจากวันสิ้นสุด เว้นแต่กฎหมายกำหนดให้เก็บ ซึ่งผู้ให้บริการจะเก็บเท่าที่จำเป็นและคุ้มครองตามข้อตกลงนี้ ผู้ให้บริการจะออกหนังสือยืนยันการลบเมื่อลูกค้าร้องขอ
12. เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ผู้ให้บริการจะแต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อเข้าเงื่อนไขตาม PDPA มาตรา 41 และแจ้งข้อมูลติดต่อแก่ลูกค้า ระหว่างนี้ติดต่อได้ที่ privacy@whose-car.com
13. หน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูล
- มีฐานทางกฎหมายสำหรับการประมวลผลทั้งหมด (เช่น ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายพร้อมการประเมินความสมดุล หรือภารกิจของรัฐสำหรับหน่วยงานรัฐ) และไม่สั่งให้ประมวลผลที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
- แจ้งเจ้าของข้อมูลตาม PDPA มาตรา 23 และ GDPR ข้อ 13 ก่อนเริ่มเก็บข้อมูล: ติดป้ายประกาศที่ทางเข้าก่อนถึงพื้นที่ตรวจและในพื้นที่จอด และจัดให้มีประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับเต็ม (ดูแม่แบบ)
- นำเข้าเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นต่อการตรวจสิทธิ์จอด ไม่นำเข้าเลขบัตรประชาชนหรือข้อมูลอ่อนไหวตาม PDPA มาตรา 26 / GDPR ข้อ 9 และตั้งระยะเก็บให้สั้นที่สุดที่เหมาะสม
- สั่งให้เจ้าหน้าที่ถ่ายภาพเฉพาะรถและป้าย ไม่เจาะจงถ่ายบุคคลหรือพื้นที่ส่วนตัว และตรวจสอบผลด้วยตาก่อนดำเนินการกับรถหรือเจ้าของรถ
- รับและตอบคำขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล และแจ้งเหตุละเมิดต่อหน่วยงานกำกับและเจ้าของข้อมูลตามที่กฎหมายกำหนด
- จัดทำ DPIA หรือการประเมินความเสี่ยงตามข้อ 8 และบันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผลของตน
14. ความรับผิดและลำดับการใช้บังคับ
ความรับผิดตามข้อตกลงนี้เป็นไปตามข้อจำกัดในข้อกำหนดการใช้บริการ เว้นแต่ความรับผิดที่กฎหมายหรือ SCC ไม่อนุญาตให้จำกัด (รวมถึงความรับผิดต่อเจ้าของข้อมูลตาม SCC ข้อ 12) หากข้อตกลงนี้ขัดกับข้อกำหนดการใช้บริการในเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล ให้ใช้ข้อตกลงนี้ และหากขัดกับ SCC หรือ UK Addendum ให้ใช้ SCC หรือ UK Addendum ข้อตกลงนี้มีผลตลอดระยะเวลาที่ผู้ให้บริการยังประมวลผลข้อมูลของลูกค้า
ภาคผนวก 1 — รายละเอียดการประมวลผล (Annex I)
| คู่สัญญา | ผู้ส่งข้อมูล/ผู้ควบคุมข้อมูล: ลูกค้าตามข้อมูลที่ยื่นใน e-KYC (ชื่อ ที่อยู่ ผู้ลงนาม และผู้ติดต่อด้านข้อมูลส่วนบุคคล) · ผู้รับข้อมูล/ผู้ประมวลผลข้อมูล: บริษัท โค้ดดีวา จำกัด ตามที่อยู่ด้านล่าง ผู้ติดต่อ privacy@whose-car.com · วันที่และการลงนาม: วันที่ลูกค้ายอมรับในระบบ |
|---|---|
| เจ้าของข้อมูล | เจ้าของรถ ผู้ขับขี่ และผู้ครอบครองรถที่จอดในสถานที่ของลูกค้า ผู้อยู่อาศัย ผู้เช่า ผู้มาติดต่อ และบุคคลที่ติดอยู่ในภาพโดยบังเอิญ · ผู้ใช้ของลูกค้า (แอดมิน เจ้าหน้าที่ รปภ.) |
| ประเภทข้อมูล | ทะเบียนรถที่ได้รับอนุญาต: เลขทะเบียน จังหวัด/ภูมิภาค ห้อง/บ้าน และ (ถ้าลูกค้านำเข้า) ชื่อ เบอร์โทร รุ่นรถ หมายเหตุ · ผลสแกน: ข้อความที่อ่านได้ ผลการเทียบ เวลา พิกัด GPS ของเจ้าหน้าที่ขณะสแกน (ถ้าอนุญาต) จุดจอด หมายเหตุ และผู้ตรวจ ของรถทุกคันที่บันทึกผล · ภาพรถและป้าย (ย่อขนาด) เฉพาะผลที่ไม่พบในทะเบียนหรือใกล้เคียง ระบบไม่เก็บภาพของรถที่ตรงกับทะเบียน · บันทึกการแจ้งเตือนและ audit log |
| ข้อมูลอ่อนไหว | ไม่มีโดยเจตนา ระบบไม่จดจำใบหน้าและไม่ประมวลผลข้อมูลชีวภาพ ภาพบุคคลที่ติดมาโดยบังเอิญไม่ถูกประมวลผลด้วยวิธีการทางเทคนิคเพื่อระบุตัวบุคคล |
| ลักษณะและความถี่ | ต่อเนื่องตลอดการใช้บริการ: รับภาพจากมือถือ อ่านป้ายด้วย AI บนเซิร์ฟเวอร์ในประเทศไทย เทียบทะเบียน บันทึก แจ้งเตือน รายงาน ส่งออก และลบตามระยะเก็บ ในโหมดกล้องสด เฟรมภาพประมวลผลในหน่วยความจำและไม่ถูกบันทึก เว้นแต่อ่านป้ายเดียวกันได้ตรงกันตามเกณฑ์ ซึ่งระบบจะบันทึกเป็นผลสแกน (ป้าย ผล เวลา พิกัด) ทั้งรถที่มีและไม่มีสิทธิ์ โดยไม่บันทึกคันเดิมซ้ำภายใน 5 นาที และเก็บภาพเฉพาะรถที่ไม่พบในทะเบียนหรือผลใกล้เคียง |
| วัตถุประสงค์ | ตรวจสิทธิ์การจอดและบริหารที่จอดรถในสถานที่ของลูกค้า แจ้งเตือนรถที่จอดโดยไม่ได้รับอนุญาต และรักษาความปลอดภัยของบริการ |
| ระยะเวลาเก็บ | ภาพและผลสแกน: ตามที่ลูกค้าตั้ง ไม่เกินเพดานของแพ็กเกจ (30/90/365/730 วัน) · ทะเบียนรถและผู้ใช้: จนกว่าลูกค้าจะลบหรือสัญญาสิ้นสุด · หลังสัญญาสิ้นสุด: ตามข้อ 11 |
| หน่วยงานกำกับ (SCC ข้อ 13) | ตามข้อ 10 |
ภาคผนวก 2 — มาตรการเชิงเทคนิคและเชิงองค์กร (Annex II)
- การเข้ารหัส: HTTPS/TLS ทุกช่องทางระหว่างผู้ใช้ เครือข่าย edge และเซิร์ฟเวอร์ เซิร์ฟเวอร์เชื่อมต่อผ่านอุโมงค์ขาออก (ไม่เปิดพอร์ตรับจากอินเทอร์เน็ต) และรับเฉพาะคำขอที่ผ่าน edge ที่ยืนยันด้วยรหัสลับ · เข้ารหัสดิสก์ของเซิร์ฟเวอร์และสำเนาสำรอง
- การควบคุมการเข้าถึง: เข้าสู่ระบบด้วย Google ที่ยืนยันอีเมลแล้ว หรือลิงก์ผูกมือถือ รปภ. ที่ใช้ได้ครั้งเดียวภายใน 7 วัน · ออกจากระบบแล้วเซสชันเดิมของอีเมลนั้นใช้ไม่ได้ทุกเครื่อง · สิทธิ์ตามบทบาท (เจ้าของ แอดมิน รปภ.) และตามสถานที่ · ลิงก์มือถือ รปภ. เพิกถอนได้ · การเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์จำกัดเฉพาะผู้ดูแลระบบที่ได้รับมอบหมาย
- การแยกข้อมูล: ฐานข้อมูลและไฟล์แยกต่อ workspace ประเทศ · ไฟล์ภาพและเอกสารมีสิทธิ์อ่านเฉพาะบัญชีระบบ
- การลดข้อมูล: ย่อขนาดภาพก่อนบันทึก · ไม่เก็บเฟรมกล้องสดที่ไม่ได้ยืนยันผล · ไม่เก็บภาพของรถที่ตรงกับทะเบียน · ลบภาพและผลสแกนอัตโนมัติตามระยะเก็บ · ไม่จดจำใบหน้า · อ่านป้ายบนเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการ ไม่ส่งภาพให้ผู้ให้บริการ AI ภายนอก
- การบันทึกและตรวจสอบ: audit log การกระทำสำคัญ (เก็บ 2 ปี) · จำกัดอัตราการสแกนและคำขอสำคัญ · ตรวจสอบการใช้งานที่ผิดปกติเมื่อมีสัญญาณหรือได้รับแจ้ง
- ความพร้อมใช้และการกู้คืน: สำรองฐานข้อมูล ภาพ และเอกสารทุกวัน เก็บหมุนเวียน 14 ชุด พร้อมเครื่องมือตรวจความสมบูรณ์ของสำเนาสำรองเพื่อทดสอบการกู้คืน · มีขั้นตอนรับมือเหตุละเมิดข้อมูล
- เชิงองค์กร: ข้อตกลงรักษาความลับของบุคลากร · ให้สิทธิ์ตามความจำเป็น · ยืนยันหน่วยงาน (e-KYC) ก่อนเปิดใช้การสแกน · ทบทวนมาตรการอย่างน้อยปีละครั้ง
ภาคผนวก 3 — ผู้ประมวลผลข้อมูลช่วง (Annex III)
| ผู้ประมวลผลข้อมูลช่วง | หน้าที่ | ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง | ที่ตั้ง/มาตรการโอน |
|---|---|---|---|
| Cloudflare, Inc. | DNS, CDN, ป้องกันการโจมตี, ส่งหน้าเว็บ (Workers), อุโมงค์เชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ (Tunnel), ไลบรารีสร้าง QR code (cdnjs) | ข้อมูลทั้งหมดที่ส่งผ่านเว็บไซต์ระหว่างทาง รวมถึงภาพและผลสแกน (ไม่จัดเก็บถาวร) และ log การเชื่อมต่อ | สหรัฐอเมริกา และเครือข่ายศูนย์ข้อมูลทั่วโลก · ข้อตกลงประมวลผลข้อมูลของ Cloudflare ซึ่งมี SCC / UK Addendum และ Data Privacy Framework |
| Google LLC | เข้าสู่ระบบด้วยบัญชี Google | ชื่อและอีเมลของผู้ใช้ที่เข้าสู่ระบบ (ไม่มีข้อมูลป้ายทะเบียนหรือภาพ) | สหรัฐอเมริกา · ข้อกำหนดการคุ้มครองข้อมูลของ Google ซึ่งมี SCC และ Data Privacy Framework |
ช่องทางแจ้งเตือนที่ลูกค้าตั้งค่าเองไม่ใช่ผู้ประมวลผลข้อมูลช่วงของผู้ให้บริการ (ดูข้อ 5) ลิงก์แผนที่ในข้อความแจ้งเตือนและในหน้ารายละเอียดผลสแกนจะส่งพิกัดไปยัง Google Maps เฉพาะเมื่อผู้ใช้เปิดลิงก์
ผู้ให้บริการ: บริษัท โค้ดดีวา จำกัด (CODEDIVA COMPANY LIMITED) ทะเบียนนิติบุคคลเลขที่ 0105559151245 สำนักงาน 253 ชั้น 11 อาคาร 253 อโศก ถนนสุขุมวิท 21 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110 · ติดต่อเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล: privacy@whose-car.com